โรคงูสวัด คืออะไร?

โรคงูสวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ไวรัสวาริเซลลา (Varicella Virus) เชื้อไวรัสชนิดเดียวกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคอีสุกอีใส เมื่อเชื้อไวรัสนี้ เข้าสู่ร่างกายจะมีโอกาสที่เป็นโรคสุกใส และเมื่อหายแล้วเชื้อจะไปหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกาย เมื่อเวลาที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติ หรือร่างกายอ่อนแอ เชื้อที่แฝงตัวอยู่ก็จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนทำให้เส้นประสาทอักเสบ เกิดการปวดตามแนวเส้นประสาท และปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนังตามแนวเส้นประสาท
โรคงูสวัด เป็นโรคที่สามารถรถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่มักจะเกิดกับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน หรือคนที่พักผ่อนน้อยนอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอ โรคงูสวัด จะเริ่มแสดงอาการขั้นแรกคือปวดตามบริเวณเส้นประสาท หากปล่อยไว้ไม่รักษา ก็จะเกิดเป็นตุ่มใสๆ และแสบคัน บริเวณตุ่มนั้น และหากปล่อยไว้นานเกิดไปอาจเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

อาการของโรคงูสวัด

อาการเบื้อต้นของงูสวัด มักจะเริ่มต้นขึ้นจากบริเวณเล็กๆ ของร่างกายด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ลำคอ หน้าอก แผ่นหลัง ต้นขา ก่อนที่จะเริ่มลุกลามขยายไปยังบริเวณอื่นในฝั่งเดียวกัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดและมีไข้ และจะเริ่มปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนังที่เป็นแผล บางรายอาจมีอาการชาร่วมด้วย เมื่อใช้มือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ ในระยะนี้จะเป็นระยะฟักตัวของโรคงูสวัด จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ บริเวณที่ปวด จะเริ่มมีผื่นสีแดงขึ้น ก่อนจะกลายเป็นตุ้มน้ำใสๆ อย่างรวดเร็ว โดยตุ่มน้ำจะเกิดขึ้นเป็นกลุ่มๆ หลายจุด และเรียงตัวเป็นแนวยาวตามเส้นประสาท
บริเวณที่พบงูสวัดได้มากที่สุดคือ บริเวณอก แผ่นหลัง และเอว ข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะมีโอกาสที่น้อยครั้งที่จะเกิดงูสวัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ข้างของร้างกายในคนปกติ และบางครั้งอาจมีผื่นขึ้นบริเวณ ใบหน้า คอ หรือในดวงตาได้อีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *